รายการบล็อกของฉัน

วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ไก่ผัดพริกหยวก






      เมนูไก่ผัดพริกหยวกถือเป็นอาหารจานด่วนอีกเมนูหนึ่ง ที่ใช้เวลาทำไม่นาน ราดกับข้าวสวยร้อนๆอร่อยง่ายๆเลย สำหรับรายการด้านล่างเป็นการทำสำหรับเสิฟ 2 ท่าน





        ส่วนผสม เครื่องปรุงไก่ผัดพริกหยวก



เนื้อไก่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 300 กรัม

กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
หอมใหญ่หั่น 1 ลูก
พริกหยวกหั่น 3 เม็ด (เอาเมล็ดออก)
พริกขี้หนูทุบพอแหลก 1 ช้อนโต๊ะ ใส่หรือไม่ก็ได้
พริกไทย 1/2 ช้อนชา
ต้นหอมหั่น 5 ต้น
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
ซิอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
ซ๊อสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 1/2 ช้อนชา




         วิธีทำไก่ผัดพริกหยวก



1. ใส่น้ำมันในกระทะเล็กน้อยตั้งไฟปานกลาง ใส่กระเทียมและพริกขี้หนูผัดจนหอม



2. ใส่เนื้อไก่ลงไปผัดจนเกือบสุก จากนั้นใส่พริกหยวก, หอมใหญ่และต้นหอมลงไปผัด



3. ปรุงรสด้วย น้ำมันหอย, ซิอิ๊วขาว, ซอสถั่วเหลือง, พริกไทยและน้ำตาล เร่งไฟให้แรงขึ้น ผัดอย่างรวดเร็วจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี จึงปิดไฟ



4. ตักใส่จาน พร้อมเสิรฟ

กุ้งอบวุ้นเส้น




          เครื่องปรุง-ส่วนผสมกุ้งอบวุ้นเส้น



กุ้งสด 12 ตัว

ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
วุ้นเส้น 1 ห่อเล็ก
กระเทียมทุบ 3 กลีบ
พริกไทยดำบุบพอละเอียด 1 ช้อนชา
ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา
รากผักชี 1 ช้อนโต๊ะ
หมูสามชั้นหรือเบคอน 100 กรัม
เกลือ 0.5 ช้อนชา
ขิงหั่นบางๆ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ




        วิธีทำกุ้งอบวุ้นเส้น



1.นำกุ้งล้างน้ำให้สะอาด ไม่ต้องปลอกเปลือก



2.นำวุ้นเส้นแช่น้ำอุ่นพอนิ่ม จากนั้นให้ผสมเครื่องปรุงรส น้ำมันหอย ซอสแม็กกี้ ซีอิ๊วขาว เกลือ พริกไทย เข้ากับน้ำ 1 ถ้วยเล็ก



3.นำหม้อสำหรับอบ มาเรียงหมูสามชั้นหรือเบคอน กุ้ง และกระเทียม ขิง รากผักชี ลงไปในก้นหม้อ



4.ใส่วุ้นเส้น แล้วนำไปตั้งไฟ และราดน้ำที่ปรุงเตรียมไว้ก่อนครึ่งถ้วย แล้วตามด้วยราดน้ำปรุงส่วนที่เหลือ เหยาะซีอิ๊วดำซักนิด แล้วปิดฝาหม้อ อบไว้ 15 นาทีโดยใช้ไฟกลาง



5.เมื่อเสร็จแล้วให้โรยด้วยผักชี

สะตอผัดกะปิกุ้งสด




      เครื่องปรุง-ส่วนผสมสะตอผัดกะปิกุ้งสด



สะตอ 1 ขีด

กะปิ 0.5 ช้อนโต๊ะ
กุ้งสดผ่าหลัง 2 ขีด
กระเทียม 5 กลีบ
พริกชี้ฟ้าหั่น 5 เม็ด
หอมใหญ่ 0.5 หัว
น้ำตาล 0.5 ช้อนชา
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำซุปกระดูกหมู 1ทัพพี



        วิธีทำสะตอผัดกะปิกุ้งสด



1.แกะเม็ดสะตอและหั่นครึ่งเม็ด แล้วนำมาแช่น้ำประมาณ 10 นาที เพื่อสะตอไม่เหี่ยวเวลาผัด



2.ตั้งกระทะใช้ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันพืชลงไป พอน้ำมันร้อนใส่กระเทียมกับพริกชี้ฟ้าลงไป ผัดจนหอม แล้วเติมน้ำซุปลงไปเล็กน้อย ใส่กะปิ ผัดให้เข้ากันจากนั้นจึงใส่กุ้งสดลงไปผัด



3.พอกุ้งเริ่มสุกใส่หอมใหญ่ ตามด้วยสะตอ แล้วปรุงรสตามชอบ (ใส่น้ำปลา น้ำตาลทราย ใส่น้ำซุปที่เหลือ) ผัดให้เข้ากันแต่อย่านานเกินไป เดี๋ยวสะตอจะไม่กรอบ ปิดไฟและตักใส่จานกินกับข้าวสวยร้อนๆ

ข้าวผัดอเมริกัน





        เครื่องปรุง-ส่วนผสมข้าวผัดอเมริกัน



ข้าวสวย 1 ถ้วย

กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนชา
ไข่ไก่ 1 ฟอง
ถั่วลันเตา 2 ช้อนโต๊ะ
ไส้กรอก 2 ชิ้น
หอมใหญ่หั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
แฮม 2 ชิ้น
พริกไทยป่น 0.5 ช้อนชา
เนยจืดหั่นเต๋า 0.5 ถ้วย
มะเขือเทศหั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 0.5 ช้อนชา
ลูกเกด 1 ช้อนโต๊ะ
น่องไก่ 1 ชิ้น
ซอสถั่วเหลือง 1 ช้อนชา



        วิธีทำข้าวผัดอเมริกัน



1.ล้างไก่และบั้งเนื้อไก่ จากนั้นนำเกลือมาทาให้ทั่วน่องไก่ แล้วพักไว้



2.ตั้งกะทะให้ร้อน วางพิมพ์สำหรับทอดไข่ลงไป เทเนยลงไป 1 ช้อนโต๊ะ พอละลาย ให้ตอกไข่ไก่ใส่ลงไป และเบาไฟทอดด้วยไฟอ่อน

นำแฮม และไส้กรอกลงทอดพอเหลือง


3.ใส่เนยลงในกะทะ พอกะทะเริ่มร้อนใส่น่องไก่ลงไปทอดให้ใช้ไฟปานกลางและทอดจนไก่สุก แล้วพักไว้



4.ตั้งกะทะผัดข้าว ใส่กระเทียมกับเนยลงในกะทะผัดให้หอม ตามด้วยใส่เครื่องปรุงที่เตรียมไว้ ลูกเกด หอมใหญ่ ถั่วลันเตา ซอสถั่วเหลือง น้ำตาลทราย ซอสมะเขือเทศ ผัดให้เข้ากัน



5.พอหอมใหญ่เริ่มสุก เติมมะเขือเทศ และข้าวสวยผัดให้เข้ากัน จนข้าวเปลี่ยนเป็นสีส้ม



6.เมื่อเสร็จแล้วตักข้าวใส่ถ้วย คว่ำข้าวลงบนจาน และโรยพริกไทยป่นลงไปนิดหน่อย จัดเสริฟ์คู่กับแฮม ไข่ดาว น่องไก่ทอด และไส้กรอก

เต้าหู้ทรงเครื่อง




       เต้าหู้ทรงเครื่องจัดเป็นเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะว่าประกอบด้วยส่วนผสมที่ครบทั้ง 5 หมู่ ทั้งเต้าหู้ เห็ดหอม ข้าวโพด แครอท หอมใหญ่ หมูสับ หรืออื่นๆอีกตามแต่ผู้ปรุงจะต้องการ เรียกว่าจะไปไหนผมสั่งบ่อยกว่ากระเพราเสียอีก เวลาสั่งกับข้าว 3-5 อย่างรับรองเต้าหู้ทรงเครื่องหมดก่อน คอนนเฟิร์ม


         ส่วนผสม เครื่องปรุงเต้าหู้ทรงเครื่อง

(ส่วนผสมบางอย่างจะใส่หรือไม่ใส่ตามสะดวก)



เต้าหู้หลอด 2-3 หลอด (หั่นเป็นท่อนๆ)

กุ้งขนาดกลาง 100 กรัม(ล้างทำความสะอาดและ ปอกเปลือก)
หมูสับ 100 กรัม
แครอทหั่นเป็นลูกเต๋า 50 กรัม
ข้าวโพดอ่อนหั่น 50 กรัม
เห็ดหอมหั่นเป็นชิ้นๆ 50 กรัม
ต้นหอม 1/2 ถ้วยตวง (หั่นตามยาว)
ขึ้นฉ่าย 1/2 ถ้วยตวง (หั่นตามยาว)
กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทย 1/4 ช้อนชา
น้ำตาล 1/4 ช้อนชา
แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ (ละลายน้ำ)
น้ำมันพืชสำหรับทอดและผัด




         วิธีทำเต้าหู้ทรงเครื่อง



1. ทอดเต้าหู้ ใช้ไฟร้อนปานกลาง รอจนน้ำมันร้อน นำเต้าหู้หลอดที่หั่นไว้ลงไปทอดจนเหลืองทั่ว จึงปิดไฟและนำออกมาสะเด็ดน้ำมัน จัดใส่จานเสริฟไว้ก่อน




2. ทำน้ำราดโดยตั้งน้ำมันในกระทะบนไฟร้อนปานกลาง รอจนร้อน ใส่กระเทียมลงไปผัดจนเหลืองหอม จากนั้นใส่กุ้งและหมูสับลงไปผัดต่อจนเกือบสุก




3. ใส่แครอท, เห็ดหอม, ต้นหอม, ขึ้นฉ่ายและข้าวโพดอ่อนลงไปผัดจนเกือบสุก ปรุงรสด้วย น้ำมันหอย, ซ๊อสปรุงรส, พริกไทย

และน้ำตาล จากนั้นจึงใส่ส่วนผสมแป้งที่นำไปละลายน้ำ คนต่อเนื่องอย่าให้แป้งจับตัวเป็นก้อน เมื่อแป้งละลายดีแล้วเร่งไฟให้แรง
ขึ้น ผัดอย่างรวดเร็ว จนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี จึงปิดไฟ



4. เทน้ำราดบนเต้าหูทอดที่จัดใส่จานไว้ หรือเอาเต้าหู้ทอดผัดรวมกับขั้นตอนที่ 3 ได้เลย

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

แกงจืดเต้าหู้ไข่หมูเด้ง



   ส่วนผสม


1. เต้าหู้ไข่ 3 หลอด

2. น้ำซุป 4 ถ้วย
3. หมูบด 50 กรัม
4. ต้นหอมหั่นท่อน 1 ต้น
5. ผักชี 1 ต้น
6. ซีอิ้วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำมันพืช 1/4 ช้อนชา



      วิธีทำ



1. ผสมหมูบดกับซีอิ้วขาว 1 ช้อนชา หมักไว้ซักครู่



2. นำน้ำซุปใส่หม้อตั้งไฟให้เดือด นำหมูที่หมักไว้มปั้นเป็นก้อนขนาด

เท่าลูกชิ้นทั่วๆ ไป ใส่ลงไปในน้ำซุปที่กำลังเดือด เคี่ยวจนหมูสุกดี


3. ใส่เต้าหู้อ่อนลงไปในหม้อ ปรุงรสด้วยซีอิ้วขาว เหยาะพริกไทยเล็กน้อย



4. พอเดือดใส่ต้นหอม ผักชี ยกลงจากเตา ตักใส่ชามเสิร์ฟร้อนๆ

จอผักกาด




         จอผักกาด เป็นตำรับอาหารที่ใช้ผักกาดกวางตุ้งที่กำลังออกดอก หรือเรียกว่า ผักกาดจ้อน หรือผักกาดดอก ซึ่งปรุงด้วย เกลือ กะปิ ปลาร้าหรือกะปิ ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียกหรือมะขามสด ใส่กระดูกหมูด้วยก็ได้ ซึ่งบางแห่งนิยมใส่น้ำอ้อย ลงไปด้วย บางสูตรใส่ถั่วเน่าแข็บ หรือถั่วเน่าแผ่นย่างไฟ นิยมรับประทานกับพริกแห้งทอด ตัดเป็นท่อน โรยหน้าแกง หรือรับประทานต่างหาก แล้วแต่ชอบ


1.ผักกาดกวางตุ้ง 1 กิโลกรัม
2.ซี่โครงหมู 400 กรัม
3. หอมแดง 5 หัว
4.กระเทียม 10 กลีบ
5. ถั่วเน่าแข็บย่างไฟ 2 แผ่น
6. กะปิ 2 ช้อนโต๊ะ
7. น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
8. เกลือป่น 1 ช้อนชา
9.น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ


        วิธีทำจอผักกาด

1.ต้มน้ำเปล่า พอเดือด ใส่ซี่โครงหมูสับ ต้มจนกระทั่งหมูนุ่ม

2.โขลกกระเทียม หอมแดง กะปิ เกลือ รวมกันให้ละเอียด ใส่ลงในหม้อต้มซี่โครงหมู 

3.พอเดือด ใส่ผักกวางตุ้งเด็ดเป็นท่อน 

4.พอผักนุ่ม ใส่ถั่วเน่าแผ่นโขลกละเอียด 

5.ใส่น้ำมะขามเปียก คนให้ทั่ว พอเดือด ปิดไฟ

6.ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอร้อน ใส่พริกขี้หนูแห้งลงทอด พอกรอบ ตักขึ้น ใส่กระเทียมสับ เจียวให้เหลือง เททั้งกระเทียมเจียวและน้ำมัน ใส่หม้อจอผักกาด คนให้เข้ากัน 

7.รับประทานได้เลยค่ะ

ทูน่าสลัด


               



                 ส่วนผสม




          ผักสลัดตามชอบ เช่น ผักกาดแก้ว หัวหอมใหญ่ 

          แตงกวาญี่ปุ่นแตงกวาร็อคเกตมะเขือเทศราชินี
          ทูน่าแบบสเต็กในน้ำแร่ น้ำเกลือน้ำมันพืชตามสะดวก
          แล้วแต่ชอบ
          มายองเนส
          ซอสถั่วเหลือง 
          มะนาว
          น้ำตาล พริกไทยป่น
          พริกขี้หนูเม็ดใหญ่สีแดง





                 วิธีทำ

        
           1.เตรียมผักสลัดโดยนำไปล้างน้ำหลาย ๆ ครั้ง พักให้สะเด็ดน้ำมาก ๆ หรือใช้ที่สะเด็ดน้ำผักช่วย แล้วหั่นตามชอบ


          

            2.ทูน่าแบบสเต็ก เปิดกระป๋อง รินน้ำแร่ น้ำเกลือ หรือน้ำมันพืชทิ้ง


          

            3.ผสมน้ำยำตามชอบ แม่หลิ่มใช้มายองเนสประมาณ 5-6 ช้อน บีบมะนาว 2 เสี้ยว เติมคิโคแมนซอส คนให้เข้ากัน ชิมให้ได้รสที่ชอบ ถ้ารสชาติโดดมากไปใส่น้ำตาลนิดหน่อยได้ ขึ้นกับยี่ห้อมายองเนสด้วยค่ะ ใส่พริกไทยป่นพอหอมเล็กน้อย ไม่ต้องผสมน้ำเลยนะคะ รสชาติจะจัดมาก พอไปกินรวมกับผักจะจืดลงค่ะ


          

           4.เรียงผักแบบคละเคล้าใส่ชามหรือภาชนะสำหรับใส่สลัด


         

           5.ใส่ทูน่าสเต็กลงไป ถ้าชิ้นใหญ่บิพอแตกแต่ให้เป็นชิ้นเป็นอัน ถ้าเราใช้แบบทูน่าสลัดชิ้นมันจะยิบย่อยมาก ไม่แนะนำค่ะ


         

           6.ซอยพริกขี้หนูเม็ดใหญ่สีแดงโรยลงไปมากน้อยตามชอบ


          

           7.ตักน้ำยำราดลงไปทั่ว ๆ ประมาณ 2 ช้อน


           

           8.ทำแบบเดิมอีกชั้น จัดแต่งผักให้ต่างสีสันสวยงามดูน่ากิน ราดด้วยน้ำยำ

วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เต้าหู้น้ำเแดง


                                   
                ส่วนผสม


            น้ำซุป (ได้จากการเคี่ยวหัวไชเท้า) ½ ถ้วย
            ขิงซอย 1 ช้อนชา
            น้ำมันงา ½ ช้อนโต๊ะ
            ผงซุปเจสำเร็จรูป 1 ช้อนโต๊ะ
            เต้าหู้ขาว

                 

                 วิธีทำ
            1. เอาเต้าหู้ไปทอดในน้ำมันเดือด ๆ ใช้น้ำมันที่สะอาดใหม่ ๆ เพื่อให้เต้าหู้ออกมาเหลืองสวย

            2. ปรุงน้ำสำหรับที่จะราดเต้าหู้ โดยนำน้ำซุปไปตั้งไฟ เติมน้ำมันงา ขิงซอย ผงซุปเจสำเร็จรูปลงไป เคี่ยวให้เข้ากัน แล้วนำไปราดบนเต้าหู้ที่ทอดไว้แล้ว ยกลงเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยพริก และผักชี


ยำปลาแซลมอน

                       



                     ส่วนผสม

                 ปลาแซลมอน หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ตามชอบ
                 พริกขี้หนู หั่นเล็ก ๆ
                 ตะไคร้ ซอยเป็นเส้น ๆ
                 มะนาวประมาณ 1-2 ลูกตามชอบ
                 กระเทียมจีน 4 กลีบ ซอยละเอียด หรือตามชอบ
                 ต้นหอม ก็หั่นเล็ก ๆ เช่นกัน
                 หัวหอมแดงซอย
                 เครื่องปรุง น้ำปลา น้ำตาล เกลือ

                 

                          วิธีทำ

                 1. ทำน้ำยำ โดย ใส่น้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำมะนาว และเกลืออีกนิดหน่อย คนให้เข้ากัน
     

                 2. ใส่เครื่องยำที่เตรียมไว้ ลองชิมรสดู เพิ่มเติมตามใจชอบ

                 3. จากนั้นใส่ปลาแซลมอนที่หั่นไว้แล้วลงไป คนเข้ากัน

                 4. ชิมรสดูอีกสักครั้ง เมื่อรสชาติโอเคแล้วนำเสิร์ฟได้เลยจ้ะ แต่แม่ปูชอบทานเย็นหน่อย จะเข้าตู้เย็นสักพัก ค่อยนำมาเสิร์ฟจ้า

ไก่จี๊ดสมุนไพร



                 ส่วนผสม

          สะโพกไก่ 1 ชิ้น
          มะเขือเปราะ 2-3 ลูก
          ตะไคร้ 2 ต้น
          ใบมะกรูด 3-5 ใบ
          น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
          น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ
          น้ำตาลทราย, พริกขี้หนูซอยละเอียด, หอมเจียว, ใบสะระแหน่ 



                 


                  วิธีทำ

          1.ล้างสะโพกไก่ให้สะอาด จากนั้นนำไปต้มจนสุก

          2.ฉีกสะโพกไก่ที่ต้มสุกแล้วเป็นชิ้นเล็ก ๆ พักไว้

          3.ล้างมะเขือเปราะ และหั่นเป็นแว่นบาง ๆ

          4.ล้างตะไคร้ ใบมะกรูด จากนั้นนำมาซอยให้ละเอียด

          5.ผสมน้ำยำโดยใส่น้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลทรายเล็กน้อย คนส่วนผสมจนน้ำตาลทรายละลาย แล้วค่อยใส่พริกลงไป (กะปริมาณความเผ็ดตามชอบ) คนให้น้ำยำเข้ากัน

          6.เมื่อปรุงน้ำยำได้รสที่ชอบแล้วจึงใส่เนื้อไก่ มะเขือเปราะ ตะไคร้ และใบมะกรูดลงไป เคล้าให้ส่วนผสมเข้ากันตักใส่จาน โรยหน้าด้วยใบสะระแหน่และหอมเจียว พร้อมรับประทาน (หากแห้งมากเกินไป อาจเติมน้ำซุปที่ได้จากการต้มไก่ผสมลงไปด้วยเล็กน้อย)

ต้มข่าหมูเด้ง (สูตรสำเร็จ)



      ส่วนประกอบ

       หมูเด้ง 200 กรัม
       เห็ดออรินจิหั่นชิ้นพอคำ 120 กรัม
       หัวกะทิ (150 มล.) 3/4 ถ้วยตวง
       น้ำ (375 มล.) 1 ½ ถ้วยตวง
       ข่าหั่นแว่น 6-7 แว่น
       ตะไคร้หั่นแฉลบ 1 ต้น
       ใบมะกรูดฉีก 3-4 ใบ
       คนอร์สูตรสำเร็จต้มข่า 1 ซอง
       ผักชีฝรั่งหั่นท่อน 1 ซม. 1 ต้นเล็ก
       พริกขี้หนูแดงบุบ 2-3 เม็ด

     วิธีทำ

       1.ตั้งหม้อต้มน้ำและหัวกะทิบนไฟกลางพอเดือด ใส่คนอร์สูตรสำเร็จต้มข่าลงไป คนให้ละลาย

       2.ใส่เห็ด ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดลงไปต้มพอเดือด ปั้นหมูเด้งเป็นก้อนใส่ลงในน้ำต้มข่า ต้มจนสุก

     
       3.โรยหน้าด้วยใบผักชี และ พริกสด จัดใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ

แกงจืดกระดูกหมูแปะก๊วย



  ส่วนประกอบ
      
       แปะก๊วยต้มสุก 1 ถ้วย
       กระดูกหมู 300 กรัม
       บ๊อกฉ่อยหั่นท่อน 2 นิ้ว 200 กรัม
       เห็ดหอมแห้งแช่น้ำ 6 ดอก
       รากผักชี กระเทียม พริกไทยโขลก 1 ช้อนชา
       น้ำเปล่า 1 ½ ลิตร
       คนอร์ซุปหมูก้อน 2 ก้อน
       กระเทียมเจียว พริกไทยป่นสำหรับโรยหน้าตามชอบ

     
วิธีทำ

       1.ตั้งหม้อต้มน้ำบนไฟกลาง พอน้ำเดือดใส่คนอร์ซุปหมูก้อนลงไป คนให้ละลาย ใส่กระดูกหมูที่เตรียมไว้ใส่ลงในหม้อ หมั่นช้อนฟองออกน้ำซุปจะได้ใส ต้มประมาณ 15 นาที โดยใช้ไฟอ่อน
      
        2.ใส่เห็ดหอม แปะก๊วย ต้มสักครู่ เร่งไฟแรง ใส่บ๊อกฉ่อยลงไป ต้มจนสุก ปิดไฟ ตักใส่ชาม โรยพริกไทย กระเทียมเจียว พร้อมเสิร์ฟ
      
        3.หมายเหตุแปะก๊วยต้องใช้แบบที่เอาไส้ในออกแล้วจะได้ไม่ขม หรือถ้าซื้อแบบมีไส้กลางมาให้เอาไม้จิ้มฟันดันออกมาจากทางหัว

อาหารหลัก 5 หมู่

   อาหารหลัก 5 หมู่
           
              คือ การจำแนกอาหารที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน แบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก โดยนำอาหารที่มีสารอาหารเหมือนกัน มาไว้ในหมวดหมู่เดียวกัน ซึ่งคนเราในแต่ละวันนั้น ต้องการสารอาหารทั้ง 5 ชนิด ในสัดส่วนที่เหมาะสม ปริมาณพอเหมาะพอดี ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน 

             1.โปรตีน เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว โปรตีน ถือว่าเป็นธาตุอาหารที่สำคัญที่สุดในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ โปรตีน เป็นสารอินทรีย์ ซึ่งเป็นโพลิเมอร์ของ สายยาวของกรดอะมิโน (amino acid) ในแง่โภชนาการ โปรตีนเป็นสารอาหาร ที่ให้พลังงาน โปรตีน 1 กรัมให้พลังงาน 4 แคลอรี (calorie) โปรตีนเป็นส่วนประกอบของร่างกาย ที่มีปริมาณมากเป็นอันดับสองรองจากน้ำ โดยเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของเซลสิ่งมีชีวิต เช่น เอนไซม์ (enzyme) ฮอร์โมน ซึ่งจำเป็นต่อการทำงาน และการดำรงชีวิต มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและการเสริมสร้างเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอของสัตว์


             ประโยชน์ของโปรตีน : ช่วนในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างกระดูก กล้ามเนื้อ น้ำย่อย ฮอร์โมน
            

- ประโยชน์ต่อเซลล์ผิว มีหน้าที่สร้างใยคลอลาเจนใต้ชั้นผิวหนังในร่างกาย ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น และช่วยเชื่อมประสานแต่ละเซลล์ให้ยืดติดกันเป็นเนื้อเดียว ทั้งช่วยปกป้องริ้วรอยก่อนวัยได้ และยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเซลล์ผมและเล็บของเราอีกด้วย
- ประโยชน์ต่อระบบกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อทุกมัดมีโครงสร้างพื้นฐานจากกรดอะมิโนหลากหลายชนิดเรียงร้อยกันเป็นมัดกล้าม ดังนั้นโปรตีนคุณภาพจึงมีความสำคัญในการสร้ามเนื้อให้แข็งแรง
- ประโยชน์ต่อการฟื้นตัวของร่างกายและระบบภูมิต้านทาน โปรตีนคุณภาพมีส่วนช่วยในการทดแทนเซลล์ที่สูญเสียไปในแต่ละวัน ช่วยลดกลไกการแข็งตัวของเลือด รวมทั้งเป็นส่วนประกอบหลักของภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วย
- ประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร เนื่องจากอาหารที่เราทานเข้าไป ต้องใช้เอนไซม์หลายชนิด รวมถึงสารคัดหลั่งจากกระเพาะอาหาร ตับอ่อน และลำไส้เล็ก เพื่อช่วยแปรเปลี่ยนอาหารให้มีหน่วยเล็กลงและสามารถดูดซึมได้ง่าย หากร่างกายได้รับโปรตีนคุณภาพซึ่งเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ในปริมาณที่เพียงพอ ก็จะช่วยให้อาหารต่างๆ ถูกย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ



           ตัวอย่างอาหารที่ให้โปรตีน
พืชสังเคราะห์โปรตีนได้จากไนโตรเจน ส่วนคนและสัตว์ชั้นสูงอาศัยกรดอะมิโนที่ได้รับจากอาหาร แหล่งอาหารโปรตีนที่สำคัญของมนุษย์และสัตว์ ได้แก่ เนื้อสัตว์ (meat) นม (milk) ไข่ (egg) ถั่ว (legume) เช่น ถั่วเหลือง เมล็ดธัญพืช (cereal grain) นอกจากนี้ จุลินทรีย์ เช่น ยีสต์ สาหร่าย เห็ดหนอน แมลงที่กินได้ก็เป็นแหล่งของโปรตีนที่ดี
โปรตีน

            2.คาร์โบไฮเดรต ข้าว แป้ง น้ำตาล เผือก มัน คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) คือ สารประกอบอินทรีย์ เป็นสารอาหารที่เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของมนุษย์ คาร์โบไฮเดรต 1 กรัม ให้พลังงานเท่ากับ 4 แคลอรี (calorie)
        

            ประโยชน์ของคาร์โบไฮเดรต


- ให้พลังงานและความร้อน  (  1  กรัม  ให้พลังงาน 4 แคลอรี่ )
- ช่วยสงวนโปรตีนให้ร่างกายนำไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์มากที่สุด
- คาร์โบไฮเดรตที่เหลือใช้   เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกายได้


           ตัวอย่างอาหารที่ให้คาร์โบไฮเดรต
ได้แก่ เมล็ดธัญพืชแป้ง สตาร์ซ น้ำตาลข้าว ขนมปัง ข้าว
คาร์โบไฮเดรต

             3.เกลือแร่หรือแร่ธาตุ เป็นสารอาหารอีกประเภทหนึ่งที่ร่างกายต้องการและขาดไม่ได้เพราะแร่ธาตุบางชนิดเป็นส่วนประกอบของอวัยวะและกล้ามเนื้อบางอย่าง  เช่น  กระดูก  ฟัน  เลือด  บางชนิดเป็นส่วนของสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตในร่างกาย เช่น ฮอร์โมน  เฮโมโกลบิน  เอนไซม์  เป็นต้น  นอกจากนี้แร่ธาตุยังช่วยในการควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายให้ทำหน้าที่ปกติ  เช่น  ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท  การแข็งตัวของเลือด  และช่วยควบคุมสมดุลของน้ำในการไหลเวียนของของเหลวในร่างกาย


             ประโยชน์ของแร่ธาตุ


ช่วยในเรื่อง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ฟัน ช่วยทำให้ผิวพรรณสดใส ช่วยให้ระบบการย่อย และการขับถ่ายเป็นปกติ
ตัวอย่างอาหารที่ให้แร่ธาตุ
พืช ผัก ชนิดต่างๆ
เกลือแร่

                4.วิตามิน เป็นสารอาหารที่ร่างกายของเราต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็ไม่สามารถขาดได้ ถ้าขาดจะทำให้ระบบร่างกายของเราผิดปกติ หรือเกิดโรคต่างๆได้ วิตามินแบ่งออกเป็น 2 พวก ได้แก่
- วิตามินที่ละลายในน้ำ ได้แก่ วิตามินซี และวิตามินบีรวม
- วิตามินที่ละลายในไขมัน ได้แก่ วิตามิน เอ ดี อี เค



               ประโยชน์ของวิตามิน


บำรุงสุขภาพของผิวหนังให้สดชื่น  บำรุงสุขภาพปาก  เหงือก  และฟัน ช่วยให้ระบบการย่อยและการขับถ่ายเป็นปกติ


               ตัวอย่างอาหารที่ให้วิตามิน
ผลไม้ชนิดต่างๆ
วิตามิน

              5.ไขมัน ที่ให้พลังงานที่มีส่วนประกอบหลักคือที่ไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ไขมัน 1 กรัมให้พลังงาน 9แคลอรี (calorie) ขณะที่โปรตีน และคาร์โบไฮเดรท ให้พลังงาน 4 แคลอรี


             ประโยชน์ของไขมัน


พลังงานและให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ช่วยในเรื่องการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน  ได้แก่  วิตามินเอ  วิตามินอี  วิตามินดี  และวิตามินเค  นอกจากนี้ไขมันยังช่วยในการป้องกันการกระทบ กระเทือนของอวัยวะภายในอีกด้วย


             ตัวอย่างอาหารที่ให้ไขมัน


- ไขมันเป็นอาหารสำคัญที่มีความจำเป็นต่อร่างกายและเป็น 1 ในอาหาร 5 หมู่ ที่มีประโยชน์ นอกเหนือจากโปรตีน คาร์โบไฮเดรท วิตามินและเกลือแร่
- ไขมันช่วยในการดูดซึมของวิตามินที่ละลายในไขมัน (Fat soluble Vitamins) เช่น วิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกาย
- ไขมันให้พลังงานแก่ร่างกายที่สูงที่สุดคือ 9 แคลอรี่ต่อ 1 กรัมของไขมัน ช่วยทำให้ร่างกายมีพลังงานที่จะทำงานและประกอบกิจวัตรประจำวัยได้ตามปกติ
- ไขมันช่วยปกป้องและกันความร้อน รวมทั้งคอยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ โดยทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน (Thermal Insulator) ของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังและอวัยวะที่อยู่ภายในร่างกาย
- ไขมันช่วยเป็นเสมือนกันชนให้ร่างกาย คือช่วยป้องกันการกระเทือนของอวัยวะภายในร่างกาย ที่เกิดจากแรงกระแทกหรือการเคลื่อนไหวอย่างแรงของร่างกาย ซึ่งคอยป้องกันการบาดเจ็บของอวัยวะภายในร่างกาย
- ไขมันเป็นส่วนประกอบสำคัญของเนื้อเยื่อประสาทนั่นคือ เส้นประสาทของคนเราจะมีไขมันเป็นส่วนประกอบในอัตราที่สูง โดยเฉพาะจะหุ้มเส้นประสาท ช่วยในการป้องกันเส้นประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อถูกสั่งจากสมองไปยังกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
- ไขมันเมื่อรวมกับโปรตีนก็คือ ไลโปโปรตีน (Lipoproteins)
จะเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะผนังเซลล์และไมโตคอนเดรีย ส่วนนี้มีประโยชน์สำหรับคนเรามาก เพราะร่างกายของเราประกอบเป็นตัวตนด้วยเซลล์หลายๆ ล้านเซลล์ และเซลล์ของร่างกายเรา จะผลิตทุกวันเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ นั่นคือ ถ้าขาดไขมัน ผนังเซลล์ของร่างกายเราก็จะอ่อนแอ เซลล์ที่ตายไปก็ไม่สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้
ไขมัน